รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่สถานีรถไฟอุดรธานี รับฟังเสียงประชาชน ติดตามความพร้อมจุดรับเรื่องราวร้องทุกข์ เร่งประสานหน่วยงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน

(2 พ.ย. 69) นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่สถานีรถไฟอุดรธานี เพื่อติดตามความพร้อมและความเรียบร้อยของจุดรับเรื่องราวร้องทุกข์ของศูนย์บริการประชาชน พร้อมรับฟังปัญหา ข้อร้องเรียน และข้อเสนอแนะจากประชาชนและกลุ่มมวลชนที่เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนร้องทุกข์ โดยมุ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการภาครัฐได้อย่างทั่วถึง และได้รับการประสานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนอย่างเป็นระบบ

ในการนี้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ได้พบปะและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ ทั้งประเด็นการดำเนินโครงการเหมืองแร่โพแทช ซึ่งประชาชนมีข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและพื้นที่โดยรอบ รวมถึงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการจัดประชาคม ตลอดจนปัญหาที่เกี่ยวข้องกับโรงงานน้ำตาล ทั้งฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ปัญหาน้ำเน่าเสีย มลพิษทางน้ำ และผลกระทบด้านการจราจร ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไขอย่างเหมาะสม

สำหรับประเด็นโครงการเหมืองแร่โพแทช รองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงความจำเป็นในการพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงทั้งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนประโยชน์ทางเศรษฐกิจและภาคการเกษตรที่อาจได้รับจากโครงการดังกล่าว เนื่องจากประเทศไทยยังมีการนำเข้าปุ๋ยจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกร การพิจารณาแนวทางที่จะช่วยลดต้นทุนด้านปัจจัยการผลิต โดยเฉพาะปุ๋ยซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของภาคการเกษตร จึงเป็นอีกประเด็นที่ควรนำมาประกอบการพิจารณา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย

อย่างไรก็ตาม การดำเนินโครงการใด ๆ จำเป็นต้องพิจารณาผลกระทบอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน รวมถึงการเตรียมแนวทางเยียวยาและให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม โดยควรเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม เพื่อให้การพัฒนาเกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนอย่างสมดุล

นอกจากนี้ ยังมีการสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด โดยประชาชนต้องการให้ภาครัฐเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันและปราบปราม ตลอดจนพิจารณามาตรการทางกฎหมายที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด พร้อมทั้งสร้างความปลอดภัยให้แก่ครอบครัวและชุมชนในระยะยาว

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเปิดรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง เพื่อนำข้อมูลและข้อเสนอแนะไปประกอบการพิจารณาของหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยศูนย์ดำรงธรรมจะรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์และประสานส่งต่อไปยังกระทรวงหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาตรวจสอบและดำเนินการแก้ไขตามอำนาจหน้าที่และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง พร้อมแจ้งความคืบหน้าหรือผลการดำเนินงานให้ประชาชนผู้ร้องทราบ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

ทางด้าน นายฉัตรชัย บางชวด ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ภาครัฐจะรับฟังเสียงของประชาชนอย่างใกล้ชิด และนำข้อร้องเรียนไปสู่การประสานงานแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐ ลดความเดือดร้อนของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ

สำหรับประชาชนที่ประสงค์แจ้งเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ หรือขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ สามารถติดต่อศูนย์บริการประชาชน สำนักนายกรัฐมนตรี โทรศัพท์สายด่วน 1111 หรือศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย โทรศัพท์ 1567


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar