วันที่ 30 ตุลาคม 2569 พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องนิเวศวิทยาช้างป่า การเฝ้าระวัง ป้องกัน ผลักดัน และแจ้งเตือนภัยช้างป่า พร้อมเป็นประธานในพิธีรับมอบอุปกรณ์เฝ้าระวังและเตือนภัยจากช้างป่า เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเครือข่ายอาสาสมัครในพื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ดร.รอยบุญ รัศมีเทศ ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ นายมติชน ชูทับทิม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา คณะผู้บริหาร และเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังและเตือนภัยช้างป่าหมู่บ้านคชานุรักษ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมบางแก้ว องค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา
การดำเนินงานแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์ เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2560 โดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อมาในปี 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ และในปี 2564 ได้จัดตั้งเป็นมูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งพื้นที่อนุรักษ์และชุมชนที่ได้รับผลกระทบ
สำหรับการอบรมครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มศักยภาพเครือข่ายชุมชนอาสาสมัครเฝ้าระวัง ผลักดัน และเตือนภัยช้างป่า พื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งยกระดับศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชน ให้มีความรู้ ทักษะ และความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ช้างป่าอย่างถูกวิธีและปลอดภัย
การอบรมมีอาสาสมัครจาก 35 หมู่บ้าน จำนวน 160 คน เข้าร่วม โดยเน้นให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนิเวศวิทยาช้างป่า เรียนรู้แนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกัน ผลักดัน และแจ้งเตือนภัย ตลอดจนการปฏิบัติตนเมื่อเผชิญหน้ากับช้างป่าอย่างเหมาะสม พร้อมมอบอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและสนับสนุนความปลอดภัยของอาสาสมัครในพื้นที่
ทั้งนี้ การพัฒนาเครือข่ายอาสาสมัครให้มีความเข้มแข็ง ถือเป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาช้างป่าในระดับชุมชน โดยคาดหวังให้อาสาสมัครนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้ปฏิบัติงานจริง พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เครือข่ายในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการแจ้งเตือนที่รวดเร็ว การรับมือที่ถูกต้อง และลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้าระหว่างคนกับช้างป่า นำไปสู่การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ควบคู่กับการดูแลและอนุรักษ์ช้างป่าให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างสมดุลและยั่งยืน