จังหวัดฉะเชิงเทรา น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ “สมเด็จย่า” จัดพิธีวางพานดอกไม้สด เทิดพระเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ ประจำปี 2569

วันที่ 21 ตุลาคม 2569 นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีวางพานดอกไม้สดน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ โดยมีนางวารุณี ไพศาลธนวัฒน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา นายอภัย จันทนจุลกะ รองประธานมูลนิธิสวนสมเด็จฯ นายเริงศักดิ์ มหาวินิจฉัยมนตรี เลขาธิการมูลนิธิฯ นายกลยุทธ ฉายแสง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา นางขวัญกมล ฉายแสง นายกเทศมนตรีเมืองฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา ข้าราชการ ตุลาการ ทหาร ตำรวจ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฉะเชิงเทรา

ในพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้นำผู้เข้าร่วมพิธีวางพานดอกไม้สดถวายสักการะหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระองค์ ผู้ทรงอุทิศพระวรกาย พระสติปัญญา และพระราชหฤทัยในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะประชาชนในถิ่นทุรกันดารและผู้ด้อยโอกาส พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งถ่ายทอดพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่า เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้และร่วมสืบสานพระราชปณิธานแห่งการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

วันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะผู้ยากไร้และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล ทรงให้ความสำคัญกับการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข การศึกษา และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง ด้วยพระเมตตาและพระวิริยอุตสาหะ ทำให้พระราชกรณียกิจของพระองค์เป็นที่ประจักษ์และประทับอยู่ในใจของปวงชนชาวไทย จนทรงได้รับการถวายพระสมัญญานามว่า “สมเด็จย่า” ผู้ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความรัก ความศรัทธา และความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของประชาชน

จังหวัดฉะเชิงเทราเป็น 1 ใน 12 จังหวัดของประเทศไทยที่มีการจัดสร้างสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ เพื่อเป็นสถานที่รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณูปการให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชน ตลอดจนเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับอนุชนรุ่นหลัง ให้ได้ศึกษาแบบอย่างแห่งการเสียสละ ความเมตตา และการอุทิศตนเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น พร้อมน้อมนำพระราชปณิธานมาสืบสานในการดำเนินชีวิต เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เปี่ยมด้วยน้ำใจและความเอื้ออาทรสืบไป


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar