วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานการประชุมเพื่อเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชในแม่น้ำบางปะกง โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอทั้ง 11 อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสุนทรพิพิธ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อบูรณาการความร่วมมือ กำหนดแนวทางและแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมพื้นที่ และเร่งด่วน
การประชุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์ในแม่น้ำบางปะกงที่พบการสะสมตัวของผักตบชวาและวัชพืชในปริมาณมากและหนาแน่น ส่งผลกระทบต่อการสัญจรทางน้ำ การประกอบอาชีพประมง และการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำบางปะกง ตลอดจนกีดขวางการไหลเวียนของกระแสน้ำ และอาจนำไปสู่ปัญหาการกัดเซาะตลิ่ง รวมถึงส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชนในพื้นที่
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งน้ำ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งการกำจัดผักตบชวาและวัชพืชที่สะสมในพื้นที่ ควบคู่กับการวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่กระจายและกลับมาสร้างปัญหาซ้ำในอนาคต พร้อมมอบหมายให้หน่วยงานสังกัดกรมชลประทาน ศึกษาข้อมูลและแนวทางการใช้นวัตกรรมสารกำจัดวัชพืช สวพ.26 โดยพิจารณาถึงข้อดี ข้อจำกัด และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมต่อไป
ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาข้อมูลสถานการณ์และปริมาณผักตบชวาและวัชพืชในพื้นที่ ตลอดจนสำรวจความพร้อมด้านกำลังคน เครื่องมือ เครื่องจักร และอุปกรณ์สำหรับปฏิบัติงาน โดยเตรียมระดมทรัพยากรและกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนริมน้ำ พร้อมพิจารณานำเครื่องมือและเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์เข้ามาสนับสนุนการดำเนินงาน เพื่อเร่งเปิดทางน้ำและจัดเก็บผักตบชวาและวัชพืชอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงวางระบบการจัดเก็บและกำจัดอย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและป้องกันการแพร่กระจายกลับคืนสู่แหล่งน้ำ
ทั้งนี้ จังหวัดฉะเชิงเทราให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาแม่น้ำบางปะกง ซึ่งเป็นเส้นเลือดสำคัญของจังหวัดและมีความผูกพันกับวิถีชีวิตของประชาชนมาอย่างยาวนาน โดยมุ่งบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่การเร่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไปจนถึงการวางระบบบริหารจัดการในระยะยาว เพื่อคืนความสะอาด สวยงาม และความสมบูรณ์ให้กับสายน้ำ ลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำ ตลอดจนรักษาสมดุลของระบบนิเวศ และสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำบางปะกงอย่างปลอดภัยและยั่งยืนต่อไป