วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นางสาววิณลดา บุญวรภัสร์ เกษตรจังหวัดฉะเชิงเทรา นายอำเภอคลองเขื่อน หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม ณ หอประชุมอำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อสนองพระราชปณิธานในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของพสกนิกรทั่วทุกภูมิภาค โดยมุ่งนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และบริการด้านการเกษตรจากหน่วยงานภาครัฐลงสู่พื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงบริการได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ตรงตามความต้องการ สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาชีพและเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างยั่งยืน
จังหวัดฉะเชิงเทราได้บูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจและวิเคราะห์ปัญหาด้านการเกษตรในพื้นที่ ก่อนออกแบบการให้บริการในรูปแบบ One Stop Service เพื่อให้เกษตรกรได้รับคำปรึกษาและบริการจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาในจุดเดียว ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง พร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ อันจะนำไปสู่การลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างรายได้อย่างมั่นคง
ภายในงานมีการให้บริการคลินิกเกษตรเฉพาะทางอย่างครอบคลุม ได้แก่ คลินิกพืช คลินิกดิน คลินิกข้าว คลินิกปศุสัตว์ คลินิกประมง คลินิกชลประทาน คลินิกสหกรณ์ คลินิกบัญชี คลินิกกฎหมาย คลินิกส่งเสริมการเกษตร และคลินิกทั่วไป พร้อมจัดนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ การสาธิตอาชีพ การแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรสมัยใหม่ ตลอดจนการจำหน่ายผลผลิตและสินค้าแปรรูปคุณภาพจากกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรของจังหวัด
นอกจากนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดฉะเชิงเทรายังได้นำร้านธงฟ้าเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัด เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ เพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่เหมาะสม และสร้างประโยชน์โดยตรงแก่เกษตรกรและประชาชนที่เข้าร่วมงาน
การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเกษตรกรจากอำเภอคลองเขื่อนและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมกว่า 100 ราย นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของจังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยการนำบริการภาครัฐและองค์ความรู้ลงสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง เสริมสร้างศักยภาพให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเอง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ปรับตัวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตร และยกระดับคุณภาพชีวิตสู่ความมั่นคงและยั่งยืนตามแนวทางการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศต่อไป